เว็บไซต์ WordPress ติดไวรัส ก่อให้เกิดผลร้ายตามหา ถ้าไม่รีบแก้ไขด่วน

เนื่องจาก WordPress เป็น Cms ที่นิยมสูงสุดในปัจจุบัน ดังนั้นจึงไม่แปลกอะไร ที่แฮกเกอร์จจะใช้เป็นกลุ่มเป้าหมายการโจมตี เพราะ WordPress เป็นกลุ่มเป้าหมายที่มีขนาดใหญ่ ยิงปืนครั้งเดียวได้นกล้านตัว ถ้าไม่รู้วิธีการป้องกันที่ดี ก็เว็บไซต์คุณก็จะกลายเป็นเป้าหมาย ถูกโจมตีได้ง่าย

แต่ไม่ว่าจะเป็นเว็บไซต์แบบไหน ใช้โปรแกรมอะไรก็แล้วแต่ เว็บไซต์คุณ จะเป็นเป้าหมายการโจมตีของแฮกเกอร์ได้เสมอ ถ้าคุณละเลย การป้องกันความปลอดภัยเบื้องต้น 

จะรู้ได้อย่างไร ถ้าเว็บไซด์ WordPress คุณติดไวรัส และจะเกิดอะไรขึ้น ?

  1. กูเกิล หรือ browser อื่นๆ เมื่อตรวจพบไวรัส ก็จะทำการ block ขึ้นข้อความเตือน ว่าเป็นเว็บไซต์อันตราย

    Google แจ้งเตือนเว็บไซต์อันคราย

    Google แจ้งเตือนเว็บไซต์อันคราย

  2. เครื่องคอมพิวเตอร์ ที่ติดตั้งระบบเตือนไวรัส จะแจ้งเตือนผู้เข้าเว็บ ว่าเว็บไซต์นี้ติดไวรัส คนไม่กล้าเข้าเว็บไซต์คณ
  3. ถ้าคุณปล่อยปละละเลย ไม่สนใจ นานเกินไป ทางผู้ให้บริการโฮสต์เว็บไซต์ของคุณ มีสิทธิ์ปิดเว็บไซต์ของคุณได้
  4. ในที่สุด เว็บไซต์ของคุณ ก็ไม่สามารถใช้งานได้ ทำให้คุณเสียลูกค้า หรืออาจเสียธุรกิจไปเลยก็ได้

ป้องกันไว้ ดีกว่าแก้

  1. ติดตั้ง SSL certificate ให้กับเว็บไซต์ เพื่อเพิ่มระดับความปลอดภัย แถม Google ยังไห้คะแนน SEO เพิ่มขึ้น ทำให้เว็บไซต์ของคุณมีความน่าเชื่อ และ เพิ่มยอดขายได้อีกด้วย
    ติดตั้ง SSL Certificate
  2. เลือกใช้ Theme และ Plugin ที่น่าเชื่อถือ Theme และ Plugin ฟรี บางราย มักจะมีช่องโหว่ของไวรัส ตรวจสอบสอบให้แน่นอนก่อนตัดสินใจใช้งาน
  3. อับเดท WordPress, Theme และ plugin เมื่อถึงเวลาที่ต้องอับเดท เพราะการอับเดทเป็นการเพิ่มระดับความปลอดภัย ตลอดจนการเพิ่มประสิทธิภาพในการใช้งานด้วย
  4. ใช้พาสเวิร์ดต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง ให้เดาได้ยาก มีอักษรตัวเล็ก ตัวใหญ่ มีตัวเลข และอักขระปนด้วย เช่น Aghq136/* เป็นต้น จะมีความปลอดภัยสูงขึ้น และหมั่นเปลี่ยนพาสเวิร์ดบ่อยๆ
  5. เครื่องคอมพิวเตอร์ที่คุณใช้งานกับเว็บไซต์ ที่มีไวรัส ก็สามารถทำให้เว็บไซต์ของคุณติดไวรัสได้ ดังนั้นคอมพิวเตอร์ของคุณควรปลอดไวรัสด้วย

วิธีแก้ไขเว็บไซต์ติดไวรัส เบื้องต้น คือ อับเดท WordPress, Theme และ Plugin ทั้งหมด เปลี่ยนพาสเวิร์ดต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง เช่น ล็อกอิน, ftp, ระบบ host account

***ก่อนทำการแก้ไข หรืออับเดท ควร backup ข้อมูลไว้เผื่อ มีผลกระทบกับเว็บไซต์ จะได้เรียกคืนกลับมาได้

หากแก้ไข เบื้องต้นแล้วไม่สำเร็จ ควรพึ่งหมอเว็บไซต์ ผู้ที่เชี่ยวชาญ ทางด้าน เว็บไซต์ WordPress โดยเฉพาะ ซึ่งไวรัสอาจจะเข้าไปถึงระดับ database หรือซึมลึกเข้าไปถึง file ต่างๆ และ ระบบปฏิบัติการของเซิร์ฟเวอร์ ที่จะต้องตรวจสอบอย่างระมัดระวัง เพื่อไม่ให้มีผลกระทบกับเว็บไซต์ และ ให้สามารถทำงานได้ตามปกติ

ติดต่อ WordPress Doctor
• ตรวจสอบ ดูอาการ ประเมินราคา

Pin It on Pinterest